คุณจะต้องทำอะไรบ้างในการเทรดซื้อไบนารี่อ๊อพชั่น? ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ของโบรคเกอร์และนำเงินจำนวนที่คุณต้องการเทรดซื้ออ๊อพชั่นไปฝากบัญชี จากนั้นคุณก็เริ่มเทรดได้เลย

ในการซื้อ คุณจะต้องทำการเลือกมาตรชี้วัดของอ๊อพชั่นหลายข้อด้วยกัน:

  • สินทรัพย์พื้นฐาน;
  • มูลค่า;
  • เวลา และ ระยะหมดอายุ.

สำหรับมูลค่าและเวลานั้น ทุกอย่างค่อนข้างชัดเจนแม้แต่กับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่อะไรล่ะคือสินทรัพย์หรือสิ่งที่ต้องเลือกก่อนเป็นอันแรก? 74445

ความเข้าใจหลักๆของสินทรัพย์พื้นฐาน

สินทรัพย์พื้นฐานคือตัวตัดสินว่าอะไรกันแน่ที่คุณกำลังจะเทรด หากจะให้อธิบายง่ายๆให้เห็นภาพ สินทรัพย์พื้นฐานก็คือวัตถุที่หากราคาในแผนภูมิเปลี่ยนไป จะส่งผลสำคัญในการตัดสินใจของคุณ

แม้แต่คนมือขึ้นก็ยังมึนเวลาดูตัวเลขของอ๊อพชั่นต่างๆที่โบรคเกอร์นำเสนอ เหมือนกันกับทุกอ๊อพชั่นนั่นล่ะ ยังไงก็แล้วแต่ มันก็ไม่มีอะไรน่ากลัวหรือซับซ้อนขนาดนั้น ตัวเลือกนั้นมีมากมายแต่มันก็ถูกจัดเป็นระบบตามหมวดหมู่

ค่าเงิน

ค่าเงินนั้นปกติแล้วจะเทรดกันในโฟเร็กซ์ อย่างไรก็ตามสินทรัพย์ตัวนี้ก็มีให้เทรดในตลาดไบนารี่อ๊อพชั่น และก็มักจะมาเป็นคู่เสมอ เช่น EUR/USD, GBP/JPY เป็นต้น

เวลาที่คุณเห็นแบบแพ็คคู่นี้ คุณควรจะจำเอาไว้ว่าคุณเทรดในพื้นฐานที่อัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินสกุลแรกนั้นอาจจะสูงหรือต่ำกว่าค่าเงินของสกุลที่สอง ตัวอย่างเช่น หากราคาปัจจุบันของค่าเงินยูโรอยู่ที่ 1.3322 เท่า สูงกว่าค่าเงินของ U.S. dollar อย่างนั้นแล้ว แผนภูมิของ EUR/USD จะเซ็ทที่จุด 1.3322 เพราะฉะนั้นคุณสามารถเปิดดีลจากการคาดการณ์ว่าราคาจะสูงขึ้นไปแตะ 1.3350 หรือ ลงไปต่ำกว่า 1.3300

คุณจะได้หรือไม่ได้กำไร ขึ้นอยู่กับว่าการคาดการณ์ของคุณนั้นแม่นยำหรือไม่ การเทรดไบนารี่อ๊อพชั่นนั้นดีเพราะคุณไม่จำเป็นต้องคำนวณว่าราคาจะไปที่เท่าไหร่ แค่เพียงจุดเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำกำไร

หุ้น

หุ้นของบริษัทต่างๆ เช่น HSBC หรือ  Apple ก็สามารถนำเอาเทรดได้ในลักษณะเดียวกัน ราคาของหุ้นจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับข่าวสถานการณ์ตลาดโลก  หน้าที่ของคุณก็เหมือนเดิม คือ คาดการณ์ให้ถูกต้องว่าราคาจะขยับไปเท่าไหร่

ในกรณีนี้ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะคุณมีอยู่มูลค่าเดียวคือมูลค่าราคาหุ้น ไม่ใช่ค่าเงินแบบแพ็คคู่

การซื้อขายหุ้นนั้นถือเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีมายาวนาน อย่างไรก็ดี ในกรณีนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเลือกหุ้นของบริษัทที่น่าเชื่อถือ หุ้นของบางบริษัทนั้นยังจัดว่าน่าลงทุนมากกว่าค่าเงินบางสกุลซะอีก

ดัชนีชี้วัด

ดัชนีชี้วัดคือตัวชี้บ่งของมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้รวมไว้แล้วซึ่งการคำนวณของดัชนีที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น หากดัชนีหมายรวมถึงสินทรัพย์สองตัว (หุ้นของบริษัท 2 แห่ง) ที่มีมูลค่าเท่ากัน ซึ่งมูลค่าหนึ่งในสองของสินทรัพย์นั้นตกลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และมูลค่าของสินทรัพย์อีกหนึ่งในสองนั้นดีดตัวขึ้นไปเพียงเล็กน้อย ดังนั้นดัชนีชี้วัดที่ออกมาจะเป็นค่าตก

87344576

ในตลาดมีดัชนีชี้วัดหลายอย่าง แต่ตามหลักแล้ว จะเทรดกันเฉพาะดัชนีที่เป็นที่นิยม เช่น Nasdaq และ Dow Jones ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดของตลาดประเทศอเมริกา ตลาดแรกเป็นแหล่งรวมหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีชั้นสูง และตลาดที่สองเป็นศูนย์รวมกับบริษัทใหญ่ๆที่เป็นตัวแทนจากทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมในประเทศอเมริกา

ในภาคปฏิบัติแล้ว เมื่อคุณเทรดดัชนี คุณจะเห็นความผกผันในกราฟเดิมๆ หน้าที่ของคุณก็คล้ายกับเวลาคุณเทรดสินทรัพย์แบบอื่น ซึ่งก็คือการคาดการณ์เทรนด์ในอนาคตของดัชนี

สินค้าโภคภัณฑ์

สำหรับสินทรัพย์ตัวนี้ ทุกอย่างนั้นปฏิบัติง่ายและเข้าใจง่ายมาก ไม่เพียงแต่ค่าเงินและหุ้นที่มีเทรดกันในตลาดซื้อขาย แต่ยังมีการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์อีกด้วย สินค้าโภคภัณฑ์จากแหล่งธรรมชาติและสินค้าอุปโภคดังเช่น ทองคำ, เงิน, น้ำมัน, เนื้อหมู, ฝ้าย, หรือข้าวเปลือก  ราคาของสินทรัพย์เหล่านี้ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งขึ้นอยู่กับสภาวะโลก ดังนั้นคุณจึงมีโอกาสที่จะทำกำไรได้โดยการเปิดดีลและคาดการณ์มูลค่าของอ๊อพชั่น

ทิ้งคำตอบไว้